เหตุการณ์เริ่มจากบนรถเมล์

ประสบกาณ์ของผม มันเกิดขึ้นในวันที่ผมเองเข้ามารับตำแหน่งรองผู้จัดการฝ่ายพัฒนา Software ซึ่งถือเป็นการเลื่อนตำแหน่ง ที่ได้รับเป็นรางวัลการทำงานมาตลอด 3 ปี แต่รางวัลที่ได้รับจากบริษัท ยังไม่ภูมิใจเท่ากับรางวัลที่พระเจ้าประทานมาให้ ผมเองก็ยังคงขึ้นรถเมล์อยู่ เป็นปรับอากาศบ้าง ธรรมดาบ้าง ในวันที่สองของการรับตำแหน่ง ซึ่งเป็นวันศุกร์ ผมอ่านเอกสารอยู่จนเกือบๆ เที่ยงคืน จึงได้ออกจาก Office ยืนรอรถสายประจำ ซึ่งในยามดึกจะนานๆ มาสักคัน ยืนรอไม่นานนัก รถสายที่ใช้บริการก็ผ่านมา แต่วันนี้ก็ยังคงแน่นเหมือนปกติ เมื่อขึ้นไปแล้ว กระเป๋าก็สั่งให้เดินในหน่อยทั้งๆ ที่แน่นจนไม่มีจะให้ขยับ แต่เพื่อเพื่อนร่วมทางในยามดึก ผมขยับเข้าไปเกือบกลางรถ ระหว่างที่เคลื่อนตัวเข้าไป รถเลี้ยวเข้าป้ายต่อไปพอดี ผมถลาไปชนเอาผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหน้า ผมขอโทษตามมารยาท เธอก็หัน มายิ้มนิดๆ อย่างเข้าใจ เมื่อรถออกจากป้าย ผมเองก็ถูกเบียดหนักเข้าไปอีก ส่วนหน้าของผมจึงมีอันต้องไปสัมผัสกับส่วนหลังของผู้หญิงคนหน้าโดยปริยาย รถที่ขับเบี่ยงซ้ายเบี่ยงขวา ตามวิสัยโชเฟอร์เมืองไทย มันก็เลยทำให้ส่วนนั้นของผมต้องเบียดกับก้นของหญิงสาวที่อยู่ข้างหน้าตลอด กระโปรงบางๆ ที่กั้นอยู่กับการเสียดสี มันทำให้บางส่วนในร่างกายตื่นตัวอย่างควบคุมไม่ได้ จากดันน้อยๆ จนเริ่มดันมากขึ้น มากขึ้น ผมเองก็เริ่มรู้สึกว่า เธอเริ่มหายใจผิดปกติ ไม่รู้ว่าเพราะความแน่นของรถ หรือเพราะว่า… ผมเอ่ยปากขอโทษเบาๆ ที่ข้างหูเธออีกครั้งที่ต้องเบียดใกล้ขนาดนั้น ลมหายใจบางๆ รดต้นคอเธอ กลิ่นหอม ปนกลิ่นเหงื่อ กระทบจมูกผมเมื่อยามหายใจกลับมา ส่วนล่างยังไม่ยอมกลับสู่สภาพปกติสักที ขณะที่ผมกำลังคิดวิธีแก้ไขปัญหา เพราะไม่อยากกลายเป็นพวกโรคจิต มือข้างหนึ่งของสาวเจ้าก็เลื่อนมาจับที่มือผม เธอเอียงหน้ามาเอ่ยปากบอกผมเบาๆ ว่า เธอกำลังจะลงที่ป้ายข้างหน้านี้แล้ว ผมพยักหน้ารับรู้ ยังไม่ทันได้บอกลากล่าวสวัสดี หรือ ขอโทษที่ล่วงเกิน รถเมล์ก็จอดป้ายพอดี แต่มือข้างที่เธอจับมือผมอยู่นั้น ยังไม่ยอมปล่อย มันทำให้ผมต้องถูกดึงให้ตามเธอลงไปทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงเป้าหมายของผมเลย ผมเองงงๆ เมื่อมายืนที่ป้ายรถเมล์ เธอยิ้มนิดหนึ่ง ดูเธอเป็นคนน่ารักคนหนึ่ง เธอบอกผมว่า เธออยากดื่มกับสุภาพบุรุษคนนี้สักแก้วได้มั้ย ผมพยักหน้ารับ ระหว่างที่เดินไปด้วยกันเธอบอกว่า เธอพักคอนโดฯใกล้ๆ นี่เอง ใต้ถุนคอนโดฯ จะมีผับอยู่ 2- 3 ร้าน มีเพลงเพราะ เธอมานั่งประจำเวลาสุดสัปดาห์ ผมยิ้มรับการพูดคุยด้วย เมื่อเข้ามานั่งในผับ เธอสั่งไวน์ที่เธอฝากไว้มาดื่ม พร้อมสั่ง เบียร์สิงห์เย็นๆ มาให้ผม เธอแนะนำตัวเองว่าชื่อ เมธินี หรือ ให้ผมเรียกเธอว่าเมย์ก็ได้ ผมก็แนะนำตัวเอง เมย์ก็คุยถึงที่ทำงานของเธอ ซึ่งทำให้ผมรู้เพิ่มก็คือ เมย์เป็นหัวหน้าแผนกในบริษัทฯ ที่อยู่ห่างจากตึกที่ผมทำงานไม่ไกลกันนัก ผมดู ๆ แล้วเมย์น่าจะอายุประมาณ 27-28 ซึ่งคงไล่เลี่ยกันกับผม เราเริ่มคุยกันเรื่องหนัง เรื่องเพลง ซึ่งเริ่มถูกคอกันขึ้น เพราะชอบคล้ายๆ กัน จนไม่รู้ว่าเบียร์ผ่านไปกี่ขวด ผมเองเริ่มมึนๆ เมย์เองซึ่งในตอนหลังๆ ฝากไวน์ไว้เหมือนเดิม หันมาดื่มเบียร์กับผม ดูน่าจะมึนหนักกว่าผมอีก ผมเรียกบ๋อยมาเช็คบิล ระหว่างเดินออกจากผับ ดูเมย์เซๆ นิด ผมเดินไปส่งเมย์ที่ทางเข้าคอนโดฯ เมย์หาคีย์การ์ดอยู่วุ่นวาย คงเพราะมึนมาก ผมเลยขออนุญาตเปิดกระเป๋าหาให้ เลยเปลี่ยนใจไปส่งเมย์ที่ห้องดีกว่า เกิดเมาแล้วเผลอหลับในลิฟต์ขึ้นมาล่ะแย่เลย ผมขึ้นลิฟต์ไปเกือบชั้นบนสุดตามแถบที่ติดอยู่ที่คีย์การ์ด ประคองเธอไว้ไม่ให้ล้ม เมย์ยังคุยสนุกๆ ว่า “ม่ายเคยเมาขนาดนี้เลยนะเนี่ย” ผมเปิดห้องเมย์ด้วยคีย์การ์ด ไฟฟ้ากับแอร์ก็ติดเอง ดูเมย์แต่งห้องได้น่ารักมาก ผมขออนุญาตพาเมย์เข้าไปในห้องนอน เมย์ส่งเสียงอือออ พยักหน้ารับคำ ผมประคองตัวเมย์ลงบนเตียง แล้วออกมาหาผ้าเย็นในตู้เย็น ไปให้เมย์เช็ดหน้าเช็ดตา ขณะที่ค้นหาอยู่ ได้ยินเสียงเมย์เรียกถาม “เชษฐ์ เหรอ” ผมเองแปลกใจ เพราะตอนที่เข้ามา ไม่มีใครนี่น่า เพราะถ้ามีก็น่าจะเปิดไฟ หรือเปิดแอร์ ผมได้ผ้าเย็นติดมือมา เดินกลับเอาไปให้เมย์ ชะโงกเข้าไปดูก็ไม่มีใคร เมย์ยังถามคำ ถามเดิม “เชษฐ์ เหรอ” ผมเลยตอบว่า “ไม่ใช่ ผมเอง” เมย์ก็เงียบไปนิดหนึ่ง แล้วก็หัวเราะเบาๆ ออกมา ผมยื่นผ้าเย็นให้เมย์เช็ดหน้า ผมถึงได้เห็นว่าเมย์ร้องไห้ น้ำตาที่ใสดังไข่มุกกระทบกับไฟหัวเตียง ริมฝีปากน้อยๆ ที่สั่นสะท้าน หน้าอกที่โยนขึ้นลง ผมอดไม่ได้ที่จะยื่น มือไปเช็ดน้ำตาของเธอ ลมหายใจที่ผสมกลิ่นเบียร์ของเมย์ ผิวกายที่มีกลิ่นหอมจางๆ มากระทบจมูกผมอีกครั้ง ความมึนเล็กๆ ของผม ทำให้ผมลืมตัวก้มไปจูบที่ริมฝีปากของเมย์ แต่เมย์ไม่ได้ปฏิเสธเลย กลับเผยอปากรับการจูบ ส่งลิ้นน้อยๆ มาตระหวัดเกี่ยวกับลิ้นของผม มือทั้งสองข้างของเมย์โอบดึงต้นคอผมลงไปหา หน้าอกที่นูนชนอยู่กับหน้าอกของผม ถึงตรงนั้น ผมเองก็ขืนตัวขึ้นไปอยู่บนเตียงกับเมย์แล้ว มือผมเกาะเกี่ยวไปที่หน้าอกของเมย์ ความหยุ่นปนความแข็งสัมผัสกับมือเต็มที่ ขาข้างหนึ่งของเมย์เกี่ยวกระหวัดขาของผม กระโปรงบางตัวนั้นร้นสูงขึ้นมาเหนือขาอ่อนมือข้างที่เหลือของผม ลูบไล้ไปตามใบหน้า และร่างกายของเมย์ ลมหายใจที่ร้อนรน ร่างกายที่เคลื่อนไหวเบียดไปมา ผมเองก็ไม่รู้ว่ากระดุมเสื้อผมถูกเมย์แกะออกไปตอนไหน รวมถึงตัวเมย์เองเหลือแต่บราสีหวานสดใสได้ยังไง ผมจูบร้นมาที่แก้ม คาง หู ลำคอ ของเมย์ จนถึงหน้าอกที่นูนสูง อวบอิ่ม ถึงแม้จะมีบราตัวสวยนั้นปิดอยู่ก็ตาม ผมใช้จมูกซุกไซ้ที่เนินอก ใช้ฟันขบดึงบราขึ้น ยอดอกโผล่ออกมาให้เชยชม ริมฝีปากขบเบาๆ ลิ้นลากผ่านโลมเลียยอดอกที่งดงามช่อนั้น เมย์ตัวสะท้านดันให้อกชูช่อเด่นขึ้นไปอีก เมื่อผมดึงปากขึ้น ยอดอกก็ผวาตามขึ้นมา มือข้างที่ว่างอยู่ของเมย์ ปลดเข็มขัด และตะขอกางเกงของผมออก ดึงรั้งออกจากเอวผม เช่นกันกับมือที่ไม่อยู่เฉยของผม ลากผ่านร่องใจกลางร่างกายของเมย์ ความเปียกชุ่มที่ชั้นในตัวบางของเมย์ทำให้นิ้วของผมชุ่มตามไปด้วย นิ้วชี้ นิ้วกลาง ของผมเขี่ยเบา ๆที่ส่วนหนานุ่มนั้น ยิ่งทำให้ขาของเมย์เกี่ยวรัดตัวผมแน่นเข้าไปอีก เมย์ใช้ทั้งมือและขาช่วยจนกระทั่ง กางเกงผมหลุดออกไปจากตัว เจ้าตัวน้อยออกมาผงาดอย่างเต็มลำ เพราะผมไม่ใส่กางเกงในมายาวนานแล้ว เนื่องจากมันกดรัดจนเคยเจ็บปวดหน้าเขียวหน้าเหลืองมา มือข้างหนึ่งของเมย์มาเกาะกุมจับเจ้าตัวที่เคยเบียดกระแซะร่างกายของเมย์บนรถประจำทางมา ปลายนิ้วที่ ปลายหัวเจ้าตัวน้อยก่อความกระสันให้ผม แข่งกับปลายนิ้วของผมที่เขี่ยแซะร่องฐานของเมย์ กระโปรงของเมย์เองก็ไม่เป็นอุปสรรคให้ผมเช่นกัน เมื่อผมดึงออกจากปลายเท้าของเมย์ คงเหลือเพียงชั้นในบางๆ ที่กั้นกลางความเป็นชายของผมกับความเป็นหญิงของเมย์ แต่คงเป็นอุปสรรคได้ไม่นาน เมื่อผมลากลิ้นลงถึงหน้าท้องที่ราบเรียบ ไร้ไขมันส่วนเกิน ที่กำลังเคลื่อนไหวแรงตามการหายใจของเจ้าของ ผมใช้จมูก กับ ลิ้น ค่อยเขี่ยแซะจากด้านข้างของขอบกางเกงตัวบาง มือข้างหนึ่งเอื้อมไปเกาะกุม เขี่ย คลึง ส่วนยอดอก มืออีกข้าง หนึ่งค่อยๆ ม้วนขอบกางเกงตัวจิ๋วบางออกจากขาเนียนสวยคู่นั้นของเมย์ มือของเมย์เอื้อมมาขยี้หัวของผม ส่วนก้นบดถูกับที่นอน เด้งขึ้น ลง ตามจังหวะการลงลิ้นของผม ไม่นานกางเกงตัวน้อยก็หลุดไป เหลือแต่ร่องกลีบงามรับการโลมเลีย เมย์ครางอย่างไม่เป็นส่ำ จับไหล่ผมดึงขึ้น ร้องเรียกให้ขึ้นมา ขึ้นมา จะขาดใจตายอยู่แล้ว ผมไม่อยากขืนแรง จึงเลื่อนตัวตามการดึงของเมย์ ยังไม่ทันตั้งตัวได้เหมาะ เมย์ผลักผมลงไปนอนราบกับที่นอน ก่อนที่จะดึงตัวเองลงต่ำ ผมยังไม่ทันนอนราบดี ริมฝีปากอ่อนนุ่มก็สวมลงที่เจ้าตัวน้อยของผมปลายลิ้นควาน ส่วนหัว ริมฝีปากรูดกระชับส่วนท่อนเนื้อ ผมกลับเป็นฝ่ายเด้งร่างกายตามการดูดเลียของเมย์ เมย์ลากลิ้นผ่านแต่ละครั้ง มันเสียวไปถึงยอดอก ความตึงแข็งน่าจะถึงที่สุด เมย์ไม่รอช้า ดึงตัวขึ้นตั้งตรง ค่อยๆ หย่อนตัวลงช้าๆ ร่องกลางร่างกายของเมย์เข้าแทนที่ริมฝีปาก ความหนานุ่มของแคมคู่นั้นถูกท่อนเนื้อยาวล่ำแทรกเข้าไป แทรกเข้าไป เมย์หน้าเหยเก มือทั้งสองขยุ้มจิก ลงที่หัวไหล่ของผม ปากครางซู้ด หายใจขาดเป็นห้วงๆ ผมเองตัวเกร็งไปไม่น้อยกว่ากัน เหมือนเวลาช่างยาวนานนัก ในระหว่างที่ท่อนเนื้อแทรกร่องเนื้อ เมย์ลงไปจนสุด เธอค่อยๆ ดึงตัวขึ้น ดันตัวลง จากช้าๆ ค่อยเร็วขึ้น เร็วขึ้น จนเราทั้งคู่ตัวโยกไหวไปตามแรงของกันและกัน ไม่นานเกินไปนัก เมย์ก็ส่งเสียงร้องเสียงดัง “ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว…” พร้อมกดส่วนกลางลำตัวลงบดขยี้ อย่างต้องการให้ทะลุออกไปด้านหลังก็ไม่ปาน ยอดอก กด บดเบียด ราวกับว่าต้องการให้แหลกเละ ก่อนที่จะทิ้งร่างลงกับอกของผม ถอนหายใจยาวๆ ออกมา ผมเองขณะนั้นใกล้เต็มที แต่เมื่อเมย์ทิ้งร่าง มันกลับไม่สามารถที่ส่งสายน้ำออกไปได้ เมย์เหมือนจะเข้าใจว่าผมยังไม่ถึงจุดหมายเดียวกับเธอ เมย์หันหลังกลับ ก้มลงคุกเข่า โชว์ส่วนท้ายอันกลมกลึง ที่ผมเคยเบียดสีมาบนรถ ผมไม่รอช้า ไม่ปล่อยให้เจ้าตัวใหญ่ตอนนี้ หลุดออกจากร่องรู เริ่มเคลื่อนตัวเข้า ออก เมย์ร้อง อาว์ๆๆคงเพราะมันเบียดลึกกว่าเดิม หน้าอกของเมย์ โยนตัวกวัดแกว่งตามแรงโยกของบั้นท้าย เมย์ส่งเสียงเสียง “ดีจัง ดีจัง” สลับเสียงซี้ดครวญคราง เป็นระยะๆ ผมเองไม่ต้องพูดถึง เพราะเกือบจะถึงจุดหมายอยู่ร่อมร่อแล้ว ผมโยกบิดซ้าย ขวา ชักลูกสูบเข้าออก กระทบก้อนเนื้อดัง ปั้บ ปั้บ กำลังเกร็งเต็มที่ เมย์ร้องออกมา “อีกแล้ว อีกแล้ว ถึงอีกแล้ว โอว์ๆๆ” ผมไม่รอให้เมย์ทิ้งไปคนเดียวอีก กระแทกสูบสุดท้ายพุ่งเข้าไปอย่างแรง เมย์ทรุดฮวบลงกับที่นอน ผมทิ้งตัวลงนอนตาม เมย์หันกลับมาดึงตัวผมไปกอดและจูบอย่างดูดดื่ม เมื่อถอนปากออกมา ผมก็ถามกลับไปว่า “ตกลงเลิกร้องไห้ แล้วนะ” เมย์ยิ้มอายๆ ทุบหน้าอกผมเบาๆ หนึ่งที ก่อนที่จะซุกตัวหลับตาพริ้มกับอกผม โดยไม่พูดอะไรออกมา

Facebook Comments